![]() |
|
Spaces home ( っ '๐')づ i am joyPhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
( っ '๐')づ i am joymy memory ......for Me :)
|
|||||||||||||||||||||||||||
|
July 18 วันที่คิดได้วันนี้ตื่นมาไม่ทันได้ส่งพี่กานกลับสระแก้ว อิอิ
วันนี้พ่อไปหาหมอเบาหวานมาล่ะ
หมอบอกว่าตับกับไตเริ่มไม่ค่อยดี
กลัวจัง กลัวพ่อเป็นอะไรมากกว่านี้
วันนี้เลยคิดได้
ต่อไปนี้จะดูแลพ่อให้ดีกว่าเดิม จะคอยดูเรื่องการกิน
กลัวอ่ะ กลัวมาก
ช่วงนี้คนรู้จักก็ไปสวรรค์กัน
เลยมามองย้อนตัวเอง ว่าวันนี้เราทำอะไรให้กับคนรักของเราบ้าง
เราทำได้เต็มที่พอรึยัง
วันนึงถ้าเค้าไม่อยู่ เราจะเป็นยังงัยต่อไป
ที่ผ่านมา เราคงหลงระเริงกับสิ่งที่อยู่นอกบ้าน
จนลืมคิดว่า คนที่เราควรดูแลและห่วงที่สุดคือใคร
กลัวจัง ศุกร์หน้าพ่อไปหาหมออีก ไปดูความคืบหน้าของตับกับไต
รักพ่อที่สุดเลย ขอให้พ่อแข็งแรง อยู่กับจอยไปจนถึงอายุ 95 ตามที่พ่อชอบพูด
วันนี้เขียนอะไรที่ดูผิดไปจากทุกครั้ง
อยู่ดีๆ ก็เริ่มคิดได้ ว่าเราอาจทำหน้าที่ตรงไม่ดีพอ
ก็จะเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่สายไป
ทีนี้จอยจะไม่ตามใจพ่ออีกแล้ว ต้องควบคุมการกิน การออกกำลังกาย
รวมถึงจะควบคุมตัวเองด้วย 55
ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองครอบครัวของเราให้อยู่แบบไม่มีโรคใดๆ มาพรากเราจากกัน รวมถึงอันตรายทั้งปวง
I LOVE MY FAMILY July 17 เดินทางวันนี้ตื่นเช้า มารอพี่กาน พี่กุ้ง และมด
เราจะไปอ่างทอง ไปงานศพแม่พี่ปีอก ซึ่งเป็นญาติจอย
ออกเดินทางเกือบๆ เที่ยง ไปถึงอ่างทองก็พบปะและเม้าๆ กับพี่ป๊อก เราไปที่วัดสำโรง
จากนั้นก็ออกไปซื้อพวงหรีดกันในนามของเทคโนโลยีการศึกษา เกษตรฯ
ตอนเย็นก็ออกไปกินข้าวกับพี่กาน อ๊อฟ และพี่ชัย กินที่ร้านสุนทรี อิ่มมากๆ
จากนั้นไปกินไอติมที่เดอะมอลต่อ แล้วก้อกลับบ้าน
เหนื่อยว่ะ อิ่มมากๆ ด้วย คืนนี้พี่กานนอนที่บ้านจอย
พรุ่งนี้ตื่นสายชัวร์ เพลียเหลือเกิน July 15 dance with my fatherBack when I was a child, before life removed all the innocence
My father would lift me high and dance with my mother and me and then Spin me around ‘til I fell asleep Then up the stairs he would carry me And I knew for sure I was loved If I could get another chance, another walk, another dance with him I’d play a song that would never, ever end How I’d love, love, love To dance with my father again When I and my mother would disagree To get my way, I would run from her to him He’d make me laugh just to comfort me Then finally make me do just what my mama said Later that night when I was asleep He left a dollar under my sheet Never dreamed that he would be gone from me If I could steal one final glance, one final step, one final dance with him I’d play a song that would never, ever end ‘Cause I’d love, love, love To dance with my father again Sometimes I’d listen outside her door And I’d hear how my mother cried for him I pray for her even more than me I pray for her even more than me I know I’m praying for much too much But could you send back the only man she loved I know you don’t do it usually But dear Lord she’s dying To dance with my father again Every night I fall asleep and this is all I ever dream July 14 ฤดูที่แตกต่างอดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ หากเปรียบกับชีวิตของคน เมื่อยามสุขล้นจนใจมันยั้งไม่อยู่ ก็คงเปรียบได้กับฤดู คงเป็นฤดูที่แสนสดใส (และ)แต่ถ้าวันหนึ่งวันไหน ที่ใจเจ็บทนทุกข์ ดังพายุที่โหมเข้าใส่ บอกกับตัวเองเอาไว้ ความเจ็บต้องมีวันหาย ไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู
เป็นธรรมดาที่เราต้องไหวหวั่น กับวันที่อะไรมันเปลี่ยนไป น้ำตาที่ไหลย่อมมีวันจางหาย หากไม่รู้จักเจ็บปวดก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ July 13 เรื่องราวมากมายในอาทิตย์ที่ผ่านมามีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น
เป็นเรื่องงานซะมากกว่า ว่าจะไม่คิดๆ แต่ก็คิดจนได้
บางครั้งก็ถามตัวเองว่าเราจะทำอย่างไรต่อไป
ในอารมณ์วูบๆ หนึ่ง ก็มีความคิดหลากหลายเข้ามา
แต่พอมันผ่านไปได้ เราก็เริ่มที่จะกล้ากับมัน
ทำงานมาจะ 2 ปี มีเหตุการณ์แบบเดิมๆ เกิดขึ้นหลายครั้ง
และทุกครั้งฉันก็มักจะไม่อยากทนกับมัน แต่เอาเข้าจริงฉันก็เริ่มอยู่กับมันได้
อารมณ์ชั่ววูบเกือบทำให้ฉันตัดสินใจทำอะไรได้มากมาย
แต่ล่าสุดที่เจอ มันทำให้ฉันนอยไปเลย เบื่อไปเลย
แต่พอมาวันนี้ ตอนนี้ ก็เฉยๆๆ อย่างนี้เค้าเรียกทำงานภายใต้อารมณ์คนกดดัน
แต่ก็นั่นล่ะ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทนมันต่อไปได้เมื่อไหร่
หรือว่าที่ผ่านมา มันยังไม่ใช่ทางของเรา
หรือว่าเป็นบทเรียนที่คนทำงานจะต้องเจอ
ถ้ามองในแง่ดี ถ้าฉันผ่านจุดตรงนี้ไปได้ ต่อไป ฉันก็คงจะทนกับทุกอย่างได้
แต่เปล่าเลย ทุกเช้าที่ตื่นมา ฉันเริ่มถามตัวเองว่า วันนี้ฉันจะต้องเจอกับอะไรอีก
นี่แหล่ะคือสัจธรรมในตอนนี้ที่ฉันค้นพบ
เฮ้อ
ที่สุดแล้ว วันนึงฉันไปเดินตามหาทางที่ฉันรักดีกว่า
July 06 วันครอบครัวช่วงวันเสาร์อาทิตย์จะมีกิจกรรมร่วมกันของบ้านคือนอนดูเอเอฟทางทีวี
ยิ่งวันเสาร์ตอนกลางคืนจอยไม่อยากออกไปไหน ต้องนอนดูเพราะติดเอเอฟแล้วว่ะ
ซีซั่นก่อนๆ ก็เฉยๆ แต่คราวนี้มีน้องเพื่อนเข้าบ้านด้วย แล้วก็ชอบแต๊ปด้วย เลยชอบดู
ดีใจๆ ที่แต๊ปได้กลับเข้าบ้านอีก นั่งกรี๊ดๆๆเลย (^^)
นี่แหล่ะความสุขที่หาได้ 5555 (บ้าเด็กอ้วน)
ช่วงนี้การงานเริ่มสั่นคลอน ไม่รู้จะอยู่หรือไป
อารมณ์แบบเอเอฟเลยเนอะ
ตอนอยู่ก็อยากลาออก แต่เอาเข้าจริงก็อดใจหายไม่ได้
ตอนนี้ก็รอดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป จะได้ทำต่อหรือเปลี่ยนงาน :)
วันเสาร์ทุกตอนบ่ายจะต้องออกไปเรียนภาษา ก็ดีนะ ภาษาเริ่มกระดิกขึ้นมาหน่อยละ
อยากพูดได้เร็วๆ และฟังออก ตอนนี้ตั้งใจจะเรียนแกรมม่าด้วย
เพราะคะแนนสอบภาษาก็มีส่วนช่วยให้ทำอะไรได้มากขึ้น
ก็มองๆ หาที่เรียนอยู่ อยากได้แบบราคาถูก 55
*ตอนนี้โคตรติดพันทิพเลย เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว
June 30 ความจริงเกี่ยวกับมหาลัยเรา (คลอง 6)ความรู้ทั่วไป ราชมงคลธับุรี ชื่อเดิมคือ ศรม.(ศูนย์กลางสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ปัจจุบัน ชื่อว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธับุรี - เป็นมหาวิทยาลัยที่มีน้ำล้อมรอบ ด้านหลังติดบึงพระรามเก้า ข้างหน้าคลองรังสิต ด้านข้างก็คลอง อีกด้านนึงต้องเรียกบึงรึเปล่าเนี่ยไม่แน่ใจ - เรียกสั้นๆว่า รม. (รอ มอ) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จมาพระราชทานปริาบัตรพร้อมกันทั้งสองพระองค์ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย หอนอกที่ให่ที่สุดของที่นี่ คือ หอพักเหลืองถาวร มีหลายตึกมากๆ ปัจจุบันปี 2007 ได้ครองอำนาจเหนือทุกหอสุดหรูหราอลังการงานสร้าง เข้าไปแล้วไฮโซจริง ติดอย่างเดียวทางเข้าน่ากลัว หอพักที่มีคนบ่นเป็นเสียงเดียวว่า เฮงซวยสุดๆคือ "นริศอาภา" เหตุเพราะทั้งเอาเปรียบ งี่เง่า กฎเยอะ ขี้โกง ใครเคยอยู่รู้กันดี สถาบัน ที่ยิ่งให่ที่สุด คือ สถาบัน "เด็กคลอง" - ตอนเย็นๆของวันพุธจะมีชาวชมรมพุทธศาสนา ถือโทรโข่งซ้อนมอไซค์มาประกาศรอบๆ มหาลัยกับชาวหอต่างๆให้ไปตักบาตรตอนเช้าวันพฤหัส ปัจจุบันยังเป็นเช่นเดิม แถมให้นิดทุกต้นปีจะมีการตักบาตรพระครั้งให่ในพรธิสาร เด็กทีนี่ชอบขี่มอไซค์กันมากกว่าเดิน ใครมีมอไซค์เนี่ยก็หรูแล้วว มีหอประชุมไว้รับปริาเอง (ทุกราชมงคลจะมารับรวมกันหมด) โรงอาหาร 7 ชั่ว โคตรสร้างเสร็จแล้ว แต่ไม่ค่อยมีนักศึกษาใช้บริการมากนักถ้าเทียบกับจำนวนนักศึกษาทั้งหมด (โรงอาหารอีกแห่งเรียกว่าพวงชมพู)(พวงชมพูมาจากผู้หิงที่ขายอาหารอยู่ที่ นั้น นั้นเอง) ตึกสถาปัตย์ ขึ้นชื่อว่า 7 ชั่วโคตร 2 ปัจจุบันมีลิฟท์แล้วแต่หน้าฝนน้ำท่วมถึงชั้น 8 (ตึกวิศวะสร้างทีหลังเสร็จก่อนแถมสูงที่สุดในมหาวิทยาลัย) ก่อนตึกสถาปัตย์เปิดใช้เคยยืมตึกบริหารธุรกิจตึก 3 ใช้รถโดยสองแถวในมหาวิทยาลัยเรียกรถไบโอดีเซล - หน้าตึกบริหารตึก 4 เรียก ตึกครุอุด (ครุศาสตร์เทคโนโลยี)มีห้องพยาบาลที่นักศึกษาไม่รู้ว่ามีอยู่ มีสระว่ายน้ำ กับสนามเทนนิสที่นักศึกษาไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน ถ้าผู้ชายไม่ใส่ชุดว่ายน้ำไม่ให้เข้าสระ ตึกศิลปศาสตร์ มีสวนสวยกว่าตึกวิทยาศาสตร์ ที่แถบนั้นไม่มีต้นไม้เลย มีสนามซอฟต์บอลที่เอาไว้เล่นอเมริกันฟุดบอล เชื่อหรือไม่? ทุก คนที่ลงรถเมล์มาต้องเดินข้ามรั้วเตี้ยๆเข้าสถาบัน เพราะเขากลัวนักศึกษาได้รับความสะดวก สาวกระโปรงสั้นได้โชว์ก็ตรงนี้ล่ะ ตึกวิดวะคอมที่อยู่ใกล้โรงอาหารมากที่สุด ไม่ควรเดินผ่านช่วงเปิดเทอมใหม่ๆ เพราะจะมีพวกรุ่นพี่แกล้งน้องปีหนึ่ง โดยใช้คนเดินผ่านเป็นเหยื่อ (คนส่วนให่จะนั่งรถผ่านไปแทน หรือไม่ก็เดินอ้อมไปทางตึก สบ. แต่คิดว่าจะรอดหรือ ยังมีวิดวะอีกหลายภาควิชาที่ซุ่มรออยู่ในโรงอาหาร และตามตึกของคณะต่าง ๆ ) สะพานเข้าหมู่ บ้านพรธิสารอยู่ใกล้นิดเดียวแต่ต้องขับรถอ้อมไปออกประตูห่างออกไปเกือบ ครึ่งกิโล ประตูที่เข้าออกหมู่บ้านพรธิสารได้สะดวกนี้เปิดใช้งานปีละครั้งเพื่อความ สะดวกตอนงานรับปริาแล้วก็ปิดเพื่อความไม่สะดวกเหมือนเดิม มาเฟิร์มว่าร้อนๆๆๆๆสุดๆๆ เพราะเนื้อที่กว้างมาก ต้นไม้เพิ่งปลูกเลยโตไม่ทัน ปัจจุบันก็ร้อนอยู่แถมต้นสนโดนตัดขายอีก เฮ้อ!กลุ้ม ตั้งแต่เข้าเรียนมา4ปีเคยไปกินข้าวที่โรงอาหารนับได้ไม่เกิน 10 ครั้ง (นอกนั้นมันปิดเพราะสร้างไม่เสร็จซักที) โรงอาหารเห็นด้วย ว่าอมตะมหานิรันดร์กาลมากๆๆ สร้างนานสุดๆ เริ่มสร้างในปี 41 (แก้ไขจากปี44) เสร็จประมาณปี 46-47 (ใคร รู้ข้อมูลที่แน่นอนรบกวนแก้ให้ด้วย) โรงอาหารเจ็ดชั่วโคตรสร้างเป็นโรงอาหารแบบคู่แต่เหมือนปิดร้างไม่ได้ใช้ หนึ่งด้าน สถานที่เตะบอลที่สนุกที่สุดคือโรงอาหาร (7 ชั่ว โคตร) คนนอกมักจะเข้ามาเตะบอลในโรงอาหารที่ไม่ได้เปิดใช้ และแถมยังเตะบอลใส่ป้ายไฟเลื่อนจนเสีย โดยที่ไม่มีผู้ใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ แม้ในบางครั้งจะมีอาจารย์มาใช้โรงอาหารส่วนที่ไม่ได้ใช้งาน สอบวิชาพละศึกษา แต่พอได้เวลา(ประมาณ 4 โมงเย็น) ก็จะมีกลุ่มคนนอกมายืนกดดันเพื่อที่จะเล่นฟุตบอล (ใครจ่ายค่าเทอมหว่า) ปัจจุบันโรงอาหารส่วนนี้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นสนามบาสที่ใช้เล่นฟุลบ อลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตึกวิศวะสร้างนานกว่าโรงอาหารเจ็ดชั่วโคตร ตอนนี้ไม่รู้ว่าใช้ได้หรือยัง สร้างตั้งแต่ปี 41มั้ง ตึกวิศวะสร้างเสร็จและเปิดใช้อย่างไม่เป็นทางการในปี 48 ร้าน เหล้า ชื่อวีนาเล่ เด็กที่นี่เคยไปกันแทบทั้งนั้น ปัจจุบันมันหายไปแล้ว เดี๋ยวนี้ต้องมาหาลัย มีชมรมอาสาพัฒนาที่ยึดมั่นในอุดมการณ์มาก มีพี่ๆบางคนมัวแต่ไปสร้างโรงเรียนให้น้องๆชนบทจนต้องเรียนจบช้าเป็น 5 ปี บ้าง แต่พี่ๆก็น่ารักทุกคนเลยน๊า อันนี้ขอปรบมือให้ ปัจจุบันชมรมนี้ยังอยู่ แต่ปีนี้ยังไม่เห็นผลงานเลย ปีก่อนนู่นขอรับบริจาคผ่านทาง ITV ค่ะเพื่อสร้างโรงเรียนให้เด็กในชนบทชมรมนี้เป็นหน้าเป็นตาของ รม.นักศึกษาหิงปี 1 ที่ นี้ไม่มีใครไม่เคยใส่เสื้อคลุม และกางร่มเดิน เมื่อเข้ามาในเทอมแรก มหาวิทยาลัยนี้ไม่มีใครเข้ามาแล้วไม่ดำ (แดดแรงมาก) เด็กอยู่หอแทบไม่มีใครไม่รู้จักข้าวมันไก่ตาเปี๊ยก หอหิงนอกที่ไม่มีใครอยากอยู่ หอนรกอาภา (ชื่อจริงๆว่า นริศอาภา) - หอในราคาแพงกว่าหอนอก หอ ก ไก่ เป็นหอที่ดังมาเมื่อก่อนปัจจุบันแทบจะไม่มีคนรู้จัก - แต่ก่อนหลัง 3 ทุ่ม ถ.พรธิสารเงียบสุดๆ จนเอารถป๊อบออกมาแข่งกันได้ แต่ตอนนี้ถ้าเป็นช่วงเปิดเทอมใหม่ๆ หรือช่วงจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.00-20.00 รถจะแน่นพรธิสารสุดๆ วันอังคารกับวันศุกร์มีตลาดนัด ยิ่งแน่นสุดๆ 7-11 ในโรงหารเป็น 7-11 ที่ปิดในเวลา 2 ทุ่ม / 7-11 ในโรงอาหารเปิดๆ ปิดๆ ไม่รู้ว่าขาดทุนหรือเปล่า รองเท้าแตะคู่ละ 19 บาทก็หายได้ เมื่อไหร่ที่ต้องถอดรองเท้าขึ้นตึก (ไมรู้มานจาเอาไปทำอาราย ) มีชมรมทักษิณราชมงคล และหลายๆอย่างที่ support เด็ก ใต้ เพราะมีเด็กจากภาคใต้มาเรียนที่นี่เยอะมาก ที่ราชมงคลคลองหกไม่มีเสาไฟฟ้าตั้งเรียงรายเหมือนมหาวิทยาลัยอื่น เพราะจัดระบบไฟทั้งหมดและสายต่างๆ เอาไว้ใต้ดิน ซึ่งมีราคาแพงกว่าระบบปกติที่อยู่บนดินถึง 3 เท่าเป็นมหาวิทยาลัยที่น้ำท่วมยากมาก เพราะมีแหล่งน้ำล้อมรอบเยอะ รถเมล์ สาย 538 สาย 188 และรถตู้ที่เข้ารังสิต จะออกจากคลองหก แล้วไปติดตรงคลอง 1,2 และ ติดตรงโค้งเข้ารังสิตเสมอ ยิ่งตอน ชม. เร่งด่วนจะรอนานมากกว่าจะได้ออกก็แย่ ซอยบัชาอุทิศเป็นซอยที่มีกะเทยเยอะมากๆ ซอยบัชาอุทิศเช่นเดียวกัน เป็นซอยที่ คนที่เดินถนนมักจะด่ารถที่ขับ คนที่ขับรถก็มักจะด่าคนเดิน แต่จริงๆแล้วคนที่เดินน่าด่าที่สุด เพราะเดินแถวหน้ากระดาน ขวางถนนมากๆ จนมีการเบิ้ลเครื่องใส่กันหลายครั้ง (ทำไมไม่บีบแตรนะ) เป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่อนุาติให้นักศึกษาไว้ผมยาวได้ ทั้งๆที่มหาลัยทุกๆมหาลัยในไทยวิศวสามารถไว้ผมยาวได้หมด (คงเพราะความจริงถ้าไปทำงานในโรงงาน ทำงานกับเครื่องจักรผมยาว ไปติดเครื่องจะตายเอา ) ปัจจุบันคณะวิศวะยังบังคับซื้อเสื้อ shop 2 ตัว แต่ตามกฏของคณะไม่อนุาติให้นักศึกษาใส่มาเรียน - นักศึกษาวิศวที่นี่ โดยสัดส่วนแล้ว จะมีปัหากับวิชาแคลคูลัสเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเด็ก ปวช มาก่อนพื้นฐานด้านนี้เลยไม่มี (แต่เด็กที่จบ ม.ปลายมา แล้วไม่ผ่านแคลคูลัสก็มีค่ะ) จะมีคนมาเล่นสไลด์ที่ลานบัวเหล็กตอนเย็นๆเสมอ โดยเอากระดาษลังเบียร์มาวางแล้วนั่งบนกระดาษลังเบียร์ แล้วสไลด์ลงมาตรงทางลาดที่บัวเหล็ก ตอนจ่ายเงินค่าลงทะเบียนที่ ธ.กรุงศรีฯ วันจ่ายจะมีเวลาให้ 7 วัน(รวมเสาร์อาทิตย์) และแต่ละวันคนจะไปจ่ายเงิน และอัดเป็นปลากระป๋องอยู่ในธนาคารเยอะมากๆ อ.ที่ นี่หลายๆท่านส่งเกรดช้าสุดๆ ทุกๆคณะ โดยเฉพาะคณะให่เช่น บริหารและวิศว บางท่านเป็นเทอมก็ยังไม่ส่งเกรด เวลาแข่งเชียร์กีฬาประจำมหาวิทยาลัย(บัวน้ำเงิน) คณะนาฏศิลป์และดุริยางค์ จะร้องเพลงเพราะๆมากๆจนน่าขนลุกทุกปี - เมื่อปีการศึกษา 2549 ใน การแข่งขันกีฬา "บัวน้ำเงินเกมส์" คณะที่ได้อันดับหนึ่ง ในการแข่งขันประเภทผู้นำเชียร์ คือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ซึ่งมีงบประมาณรวมกันทั้งคณะ ยังไม่เท่ากับคณะบริหาร ภาควิชาเดียว (และที่วิศวะ ไม่ได้เพราะเน้นแต่พลัง ไม่รู้ว่าจะบ้าไปถึงไหน ความเพราะไม่ได้มีกะเค้าเลย) ในระยะทาง 2 กิโลเมตร นับจาก บัวเหล็ก มี เซเว่น อีเลฟเว่น นับ 10 ที่ได้ ไม่แน่ใจว่าจะเปิดไว้เพื่อเทียบราคาหรืออย่างไร ทีมบอลที่ห่วยที่สุดคือ ครุปาสติก โต๊ะบอลที่อยู่ยั้งยืนยงมาร่วม10กว่าปีได้แล้วมีอยู่2ที่ คือโต๊ะพี่ฝน ที่ สมัยก่อนชื่อโต๊ะเจ๊ลั้ง แล้วก้อมาเป็น สเตปแมน แล้วทุกวันนี้ชื่ออะไรไม่รุ้แล้วว่ะ อีกที่คือ โต๊ะลุงเขียว ชื่อปัจจุบันไปหากันเอาเองในสมัยที่พี่เข้ามา โซนที่เป็นโซนนิ่ง ของพรธิสารคือ เซเว่นสอง ซึ่งถัดไปหน่อยจะเป็นร้านเหล้า ชื่อ "ร้านเล่า" ตรงข้ามจะเป็น"เวเนเร่"(ชื่อเวเนเร่จริงๆ ยืนยัน)เยื้องกันมาหน่อย จะ เป็นเอ็นเจ - สาวๆสมัยนั้น ยังคงยึดคติ ปีหนึ่งอยู่กับเพื่อน ปีสองอยู่กับผัว ซึ่งสมัยนี้มันเร็วกว่ากันมาก ข้าวมันไก่ตาเปี๊ยกเนี่ย เดิมเคยอยู่ตรงตึกด้านหน้า เลยเซเว่นหนึ่งมาหน่อย ติดกับหอนริศอาภา ยุคนั้น ถ้า ใครร้อนเงิน ต้องไป โรงรับจำนำตลาดรังสิต ที่เดียว ยกเว้นทอง ซึ่งสมัยนั้น มีร้านทองอยุ่ร้านเดียว ตรงพรธิสารเก่า- ยุคนั้น คนสั่ง สเปย์ มากกว่าฮันเดรด- ถ้าอยากจะกินอะไรแปลกๆ ลองเข้าไปในพรธิสารดู แถวซอย 55 จะ มีร้านอยู่ปากซอย ลองสั่งข้าวมันเป็ดดู อร่อยอย่างแรง ช่อจันทน์ เป็นสถานที่ที่สาวไม่สวย แถมแพงอีกต่างหาก ถ้ามีฝีมือจริงๆ หาจีบตามร้านเหล้าดีกว่า เชื่อพี่- หอ อาร์เอส เป็นหอหิง หอแรก ที่ดำเนินการ เป็น "หอหิง" แบบมีกิจจะลักษณะ ใครถ่ายรูปกับบัวเหล็ก ตอนที่ยังเรียนอยู่ จะทำให้เรียนไม่จบในสี่ปี เวลาดึกๆ กัชา หาได้ง่ายกว่า ผู้หิงสวยๆซักคน- ร้านระรื่น เป็นร้านที่ขายเหล้าปั่นเพียงอย่างเดียว และอยู่มาได้ นานที่สุด ในขณะที่ร้านอื่นขายเหล้าปั่นแข่งกันบ้าง แต่ล้มหายตายจากไปหมดแล้ว น้ำประปาในพรธิสาร ร้อนมาก หน้าหนาวอาบสบาย หน้าร้อนนี่ไม่ต้องพูดกัน *** อ่านแล้วคิดถึง อยากย้อนเวลากลับไป ***
|
||||||||||||||||||||||||||
|
|